12.17.2553

ทะเลวันอังคาร



ทะเลวันอังคาร
จุดตรงนี้เป็นทำเลที่ฉันพึงใจที่สุด ณ ชายหาดชะอำ
มีร่มกับเตียงผ้าใบที่ยืนยันว่าที่นี่คือชะอำชัวร์
บริมาณร่มและที่นั่งที่ไม่หนาแน่น
ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างของสายตาและการพักผ่อนให้มากยิ่งขึ้น
แม้ใครต่อใครมักบอกกันว่า หากจะไปทะเลทั้งที ไหนๆ ขับมาถึงชะอำแล้ว
เลยไปอีกหน่อย ได้เที่ยวกินครบครันที่หัวหินท่าจะเข้าทีกว่า
บางสิ่งที่พวกเขาลืมไป การนั่งอ้อยอิ่งปล่อยให้ลมทะเลพัดสิ่งต่างๆ ไปภายใต้ร่มเงาของร่มคันโต
กับชายหาดที่เป็นสาธารณะเดินไปได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังบุกรุกหน้าหาดของรีสอร์ทไหน หรือการขี่จักยาน สองหรือสามตอนบนถนนเลียบชายหาด เหล่านี้เป็นสิ่งที่หาไม่เจอที่หัวหินนะ
_14 Dec 2010

12.10.2553

เปรมประชาพาปาย



การเดินทางไปปายครั้งที่ 3 เป็นการเดินทางด้วยตัวเองครั้งแรก
จำนวนมหโค้งในครั้งก่อนถูกลืมเลือนไปสิ้นแล้ว
การเดินทางโดยรถส้มอมแดงค่อยๆ เคลื่อนตัวจากอาเขตไปถึงแม่แตง
แล้วมาแวะหยุดที่ปายเพื่อไปแม่ฮ่องสอนต่อ เพื่อนร่วมคันมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ในขณะที่กำลังข้ามไปปายมีเพื่อนร่วมคันที่ไม่ได้ไปต่อ เนื่อจากขาดหนังสือยืนยันการข้ามจังหวัด
เธอต้องยกกระเป๋าอันหนักอึ้งลงมาจากรถเพียงลำพัง แล้วรถก็ค่อยๆ เคลื่อนไกลออกไป...
ได้แต่อวยพรในใจให้เธอโชคดี ได้เข้าปายในไม่ช้านาน
6/12/10

8.28.2553

บางกอกของ ดร.ชัชพล ไชยพร

Book : บางกอกของฉัน
Publisher : Polka Dot

text_manoo


BANGKOK PROFILE
ดร.ชัชพล ไชยพร
>>รองคณบดีฝ่ายวิชาการ / คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
>>ข้าราชบริพารในสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ, เขียนบทความในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ นิตยสารสกุลไทย ฯลฯ และผู้เขียนหนังสือเรื่องดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ ว.วินิจฉัยกุล

GIVE ME FIVE
คิดว่ากรุงเทพฯ คือ : เมืองที่วุ่นวาย แต่มีเสน่ห์ กายภาพของกรุงเทพฯ ไม่ค่อยน่าอยู่ แต่ชีวิตที่สอดแทรกอยู่ในกรุงเทพมหานครกลับมีเสน่ห์ มีความเชื่องช้าแอบซ่อนอยู่ในมุมต่างๆ
มีอะไรในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่รู้จัก (ไม่เคยไป) แล้วอยากไป อยากรู้จัก : แถบๆ หนอกจอก มีนบุรี ที่นั่นน่าจะอากาศดี แล้วยังเป็นเกษตรกรรม มีความหลากหลายทางศาสนา ชาวมุสลิมเยอะ น่าสนใจ
สถานที่ที่ประทับใจที่สุดในกรุงเทพฯ : พระบรมมหาราชวัง เป็นเสมือนเมืองเล็กที่ซ้อนในเมืองใหญ่ ยังมีชีวิตชีวาอยู่ภายใน เป็นโบราณสถานที่ยังไม่หยุดนิ่ง มีประวัติศาสตร์ฉากสำคัญของแผ่นดินเกิดขึ้นแทบทุกตารางนิ้วตั้งแต่กว่าสองร้อยปีก่อนจนปัจจุบัน
ชอบดูหนังประเภทไหน : ชอบดูหนังพีเรียด กับเอนิเมชั่น ไม่ชอบดูแอ็กชั่น ภาพยนตร์เอนิเมชั่นที่ชอบ คือเรื่อง UP บังเอิญตรงกับชื่อเล่น แล้วก็มีปรัชญาแฝงอยู่ สะท้อนความเก่ากับความใหม่สามารถสอดคล้องไปด้วยกันได้
ร้านที่อร่อยที่สุดที่อยากแนะนำให้คนอื่นไปกิน : ร้าน Ginger (จินเจอร์) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นบุฟเฟต์นานาชาติแต่ละวันจะมีเมนูต่างกันไป จานโปรดคือ Foie Gras (ตับห่าน) ฟังดูแปลกสักหน่อย แต่ก็เป็นมรดกวัฒนธรรมทางอาหารฝรั่งเศส

Leaning History in BKK
พระราชวังพญาไท > ทุกครั้งที่ผมไปที่นี่ก็จะไปเดินดูทั่วๆ ช้าๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศ และจินตนาการประกอบข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ว่าในแต่ละห้องเคยมีประโยชน์ใช้สอยอย่างไร การเข้าไปเดินในสถานที่เก่าๆ อย่างในพระราชวังพญาไทเราไม่ได้สัมผัสเฉพาะแต่เรื่องพระราชสำนัก เรายังได้เห็นพัฒนาการของบ้านเมือง และประโยชน์ใช้สอยของสถานที่แห่งนี้ เช่น เป็นโรงแรม สถานีวิทยุ และโรงพยาบาล และที่นี่ไม่เพียงแค่มีสถาปัตยกรรม เรายังได้สัมผัสสุนทรีย์ทางดนตรีด้วย มักมีคอนเสิร์ตให้ชมทุกแนวทั้งแจ๊ส คลาสสิก สุนทราภรณ์ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้ มีมัคคุเทศก์พาชมทุกวันเสาร์ สามารถนัดล่วงหน้าที่ชมรมคนรักวัง ในพระอุปถัมภ์
ที่ตั้ง : โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 315 ถ.ราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชวิถี กรุงเทพฯ

โทร : 0-2354-7987

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม > วัดนี้คนรู้จักไม่มากนัก และเงียบสงบ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 อาจจะพูดได้ว่าเป็นเครื่องเบญจรงค์ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก กระเบื้องทั้งวัดเป็นกระเบื้องเบญจรงค์ทั้งหมด ไม่มีชิ้นไหนที่ไม่มีลวดลายเลย ข้างนอกเป็นไทยแท้ๆ พอเปิดเข้าไปในพระอุโบสถและพระวิหารเป็นกอธิค สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบตะวันตก ที่น่าสนใจกว่านั้นคือมองไกลๆ ลายเป็นฝรั่ง พอมองเข้าไปใกล้ๆ เป็นไทย มีซ่อนราชสีห์ คชสีห์ วัดนี้มีสถานที่สำคัญยิ่งอยู่คือสุสานหลวง เวลาไปที่วัดราชบพิธแล้วรู้สึกได้ถึงความสามารถของช่างไทยที่ประยุกต์ความเป็นไทยกับฝรั่งได้อย่างลงตัวกลมกลืนที่สุด
ที่ตั้ง : เลขที่ 2 ถ.เฟื่องนคร แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

หอวชิราวุธานุสรณ์ > เป็นแหล่งรวบรวมเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และเหตุการณ์ในรัชกาลที่ 6 มีนิทรรศการพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งอยู่บนชั้น 3 ใครไปก็อยากให้ลองจินตนาการถึงบุคคลคนหนึ่งที่มุ่งมั่นพยายามแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แล้วต้องรับภาระอันยิ่งใหญ่คือเป็นพระมหากษัตริย์ในวัยเพียง 30 กับระยะของรัชสมัยเพียง 15 ปี สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าทรงสร้างอะไรไว้ให้กับบ้านเมืองและเป็นมรดกแก่คนรุ่นหลังได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือ เป็นการจุดประกายให้เรามีกำลังใจและมีทางที่จะสรรค์สร้างผลงานเพื่อฝากไว้กับแผ่นดินให้มากยิ่งขึ้น ชั้นบนสุดมีนิทรรศการดุสิตธานีเมืองประชาธิปไตย แม้ว่าสถานที่อาจเก่า แต่แนวพระราชดำริไม่เก่า เป็นแรงบันดาลความคิดให้คนไทยได้เสมอ
ที่ตั้ง : ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ถ.สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ
โทร : 0-2282-3419 และ 0-2181-3264

HAPPY TO K-POP TRIP











ณ บางกอกประเทศไทย ตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน...ทนทวนกับตัวเองว่ามีความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับเกาหลีมากน้อยแค่ไหน กล้อง 3 ตัวพร้อม เสื้อกันหนาวพร้อม เงินวอนพร้อม...พรุ่งนี้แล้วสินะที่เราจะได้สัมผัสในระยะประชั้นชิด ยิ่งกว่า 4D เลยล่ะ วะฮาฮา!!!



ณ สนามบิน อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ช่วงสายๆ ของวันรุ่งขึ้น...ยินดีต้อนรับน.ส.จากเมืองไทยเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ด้วยลมเย็นยะเยือกในอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส สถานที่แรกที่เราก้าวลงเหยียบในดินแดนกิมจินี้คือ...ร้านมิซารังพิซซ่า ร้านพิซซ่า + สปาเก็ตตี้สไตล์เกาหลี นอกจากความอร่อยแล้วเหตุที่ต้องแวะมาที่ร้านนี้เพราะว่าคุณพ่อของเซีย จุน ซู หนึ่งในสมาชิกของวงดงบังชินกิเขาเป็นผู้จัดการร้าน ว้าวว! ข้างในร้านก็ตกแต่งด้วยรูปภาพต่างๆ ของขวัญที่มีแฟนๆ มามอบให้ หรือถ้าใครอยากจะถ่ายรูปคู่กับเชีย สแตนดี้เขาก็มีไว้บริการด้วย การันตีความฮิตด้วยลายเซ็นต์ที่แฟนๆ ประทับไว้ตั้งแต่ขั้นบันไดไปจนถึงหน้าร้าน



อิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยต่อกันได้ สถานที่ต่อไปนี้เป็นจุดสำคัญที่ใครก็ต้องแวะมา Seoul Tower จุดชมวิวมุมสูงเราจะได้เห็นบ้านนับร้อยนับพันอยู่ข้างหน้า แล้วในนี้ยังมีพิธภัณฑ์เท็ดดี้ แบร์ ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษเกาหลี จริงๆ แล้วเขาเชื่อว่าบรรพบุรุษเขาคือหมีด้วยล่ะ นำเสนอผ่านหมีสุดน่ารัก แถมมีหมีอื่นๆ มารวมอยู่ด้วย อาทิ หมีของ Mr.Bean ถ้าอยากซื้อหมีที่ระลึก แนะนำว่าซื้อเลยเพราะอาจจะไม่เจอที่อื่นแล้วนะจ๊ะ


โอ ลัล ลา...ต้นซากุระหรือเชอร์รี่บลอสซัมบานสวยเด่นอยู่หน้า 4 Seasons House(บ้านสี่ฤดู) ออฟฟิศของผู้กำกับ 4 ซีรีส์ชื่อดังอย่าง Winter Love Song, Autumn in My Heart, Summer Scent และ Spring Waltz เขารวมเอาฉากเด็ดๆ เอาไว้ในบ้านหลังนี้ รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบฉากๆ จริง เสื้อผ้าของพระเอกนางเอก ดอกกุหลาบสีเหลืองที่ติดเอาไว้บนเพดาน จำลองตัวเองเป็นเฮวอนเสียเลยดีกว่า
ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่สวนสนุก Lotte World สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี! แต่เขาก็มีสวนสนุกกลางแจ้งด้วยนะ เริ่มความสนุกกันที่เครื่องเล่นอะไรดีล่ะ Tower Shot เครื่องเล่นเท่าความสูง 13 ชั้น บอกได้คำเดียวว่า มันคริคริ ส่วนข้างในก็มีเครื่องเล่นน่ารักๆ เพียบเลย และที่นี่ยังมี Star Avenue อยู่ชั้นล่าง ใครที่ชอบดารานักร้องเกาหลี มาที่นี่ร้องกรี๊ดเสียงหลงแน่นอน มีข้าวของเครื่องใช้ของนักร้องวงต่างๆ ฝ่ามือของนักร้องพร้อมลายเซ็น หรือจะลองสวมชุดถ่ายรูปกลับไปอวดเพื่อนๆ ที่เมืองไทยก็ได้ ไปต่อความสนุกกันที่คาราโอเกะ Everysing ของค่าย SM ห้องที่เราได้ไปร้อง เต้นกันนี้เป็นห้องที่วงดงบังชิงกิเคยให้สัมภาษณ์ด้วยล่ะ


สัมผัสความหนาวเย็นขั้นยะเยือกที่ Ice Gallery เขามีโชว์แกะสลักน้ำแข็ง แถมยังมีห้องน้ำแข็งที่บรรจุน้ำแข็งแกะสลักอย่างสวยงาม เป็นสถานที่ต่างๆ สไลเดอร์น้ำแข็ง ห้องน้ำ(แข็ง) หนาวจนควันออกปากแทบไม่ทัน และเรายังได้ทดลองแกะสลักกันด้วย ใส่ไอเดียลงไปได้เต็มที่ แล้วมีรางวัลให้กับผู้ที่ครีเอทสุดๆ ได้รับมงกุฎน้ำแข็งไปครอง


วันสุดท้ายตื่นเต้นตาโตไปกับหมู่บ้านหลากสีที่ La Provence หมู่บ้านนี้เป็นสไตล์ฝรั่งเศสสีสันสวยงาม จะเรียกว่าบ้านลูกกวาดก็ได้ ภายในมีทั้งร้านขายขนมเค้กน่าชิม ซอฟท์ไอศครีมเกลียวสูง ต้นไม้ ตุ๊กตาหมี ของกระจุกกระจิก ฯลฯ เดินไปตรงไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด จนเปลี่ยนการ์ดกล้องแทบไม่ทัน



ร้านที่ชอบและประทับใจมากคือห้าง Kosney เดินดูแค่ชั้นล่างก็เพลิดเพลินมากแล้ว มีทั้งของกระจุกกระจิก เสื้อผ้า สมุดลายต่างๆ และอีกหลายของจิปาถะน่ารักน่าซื้อ อีกหนึ่งความประทับใจขั้นสูงของทริปนี้ การได้เข้าไปดูการถ่ายทอดสดรายการ M-Net M! Countdown รายการถ่ายทอดสดการแสดงจากนักร้องดัง และหน้าใหม่ วันนั้นเราก็ได้เห็นทั้ง U-KISS, KARA, SECRET แล้วก็วง2PM อีกด้วย


ถ้าไม่ได้มากับ Happy Korea ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเด็ดๆ ดี แบบนี้หรือเปล่า ต้องขอขอบคุณที่ชวนเราไปพบกับประสบการณ์ K-POP นี้ ใครสนใจก็สอบถามไปได้ที่ แฮปปี้ โคเรีย บายเคทีซีซี โทร. 0-2539-5770, www.happytokorea.com

8.22.2550

TeMpLe StaY : หน้าที่ 3 - กุฏิ

อินทรียสังวร >>>>>>>>>>>>


ชื่อกุฏิเข้าทีดี เป็นกุฏิที่คุณแม่บุญยงค์ แม่ชีที่ดูแลออกแบบการก่อสร้างกุฏิแต่ละหลัง, ควบคุมเดินสายท่อน้ำกุฏิแต่ละหลัง, ถอนฟันให้แมว, ตัดหางหมา นักพัฒนาและนักเทศน์ฝ่ายภิษุณีประจำวัดป่าผาลาด ด้วยจำนวนพรรษาที่บวชมาถึง 25 ปี เท่าอายุเราเลย


กุฏิที่นี่เป็นบ้านขาดย่อมสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 2 คน ชั้นล่างเป็นใต้ถุนยกสูง ชั้นบนมี 1 ห้อง เป็นทั้งที่นอน ที่อ่าน ที่เขียน ที่ทำสมาธิ มีลานระเบียงไว้รับลม ฟังเสียงไผ่เอียดออเอียด มีแดดสาดและส่องลอดร่องใบไม้ ต้นไม้มารำไร เมื่อก้าวเท้าขึ้นบันไดไปบนกุฏิ พบไม้กวาดปลายชี้ฟ้าพิงข้างฝา ข้างๆ มีกระโถนสีแดงคว่ำอยู่





“ตกลงว่านอนคนเดียวใช่ไหม”
“ค่ะ” ตอบพี่จิ๋ว คุณแม่บุญยงค์ สั้นๆ นิ่งๆ
นอนคนเดียวก็ได้...ดังอยู่ในใจ ไหนๆ ก็ได้รับเกียรตินอนในกุฏิของท่านแม่บุญยงค์แล้ว ขอให้คุณแม่บุญยงค์ช่วยคุ้มครองด้วยละกัน
“ไม่กลัวเหรอ” พี่ผู้ร่วมเดินทางถามไถ่
“ไม่....ค่ะ นู๋เคยนอนคนเดียวบ่อยๆ” ต้องยืนยันความมั่นใจต่อไป อย่าหวั่นไหวๆ ที่บ้านหลังใหญ่กว่านี้ มีตั้ง 3 ชั้น ยังนอนได้ นี่มีแค่ 2 ชั้นเล็กกว่าด้วย ไม่น่าจะเป็นปัญหาน่า....
“อื้มม...เก่งจัง” แค่นอนคนเดียวถือว่าเก่งแล้วหรอคะพี่ นู๋ยังไม่ได้นั่งสมาธิ ฝึกจิต เดินจงกลมเลยนะคะ - -"
เอ้อ... แล้วคุณแม่ไม่อยากให้นำขนม ของกินไปทานที่กุฏินะคะ มดจะขึ้นได้ แล้วก็จะรบกวนการทำสมาธิของเราด้วย
ค่ะ... ไม่มีขนมค่ะ มีแต่น้ำผลไม้ 1 ขวด นี่เราผิดศีลซักข้อแล้วหรือเปล่าเนี่ย

ในการเดินทางมาถ่ายธรรมครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทางอีก 5 ท่าน คือพี่จิ๋ว-พี่ผู้แนะนำมาทำสงบที่นี่ พี่ใหม่-พี่ผู้ผ่านการเดินทางมาที่นี่แล้ว 2 ครั้ง พี่สุนีย์ – พี่ผู้ผ่านการนั่งสมาธิเดินจงกลมจากที่อื่นมาบ้างแล้ว พี่เกด – พี่ผู้เริ่มสนใจธรรมะอย่างจริงจัง พี่หลิว – พี่ผู้หยิบยื่นลูกเสาวรสให้เรา


แบ่งกันนอนเป็นคู่ๆ และแบบปลีกวิเวก ป้านู๋กับพี่จิ๋ว เลือกที่จะนอนคนเดียว พี่สุนีย์จับคู่กับพี่เกด พี่ใหม่กับคู่กับพี่หลิว


ตอนกลางวันก็ร่มรื่นดีนะ ไม่รู้ว่ากลางคืนแสงนวลเหลืองจะน่าอยู่ ร่มรื่นใจเหมือนตอนแดดออกหรือเปล่า

ป่าธรรมชาติ
มีเสียงใบไม้ต้องลม
เสียงนกร้อง
เสียงหมู่แมลง
เสียงสรรพสัตว์
เมื่อฉันไปเยือน
เสียงส่งเพิ่ม
เสียงคุย
เสียงกำไลข้อมือกระทบกัน
เสียงเดิน
เสียงน้ำที่ไหลจากขวดลงแก้ว
เสียงหายใจ
...
เสียงร้องของท้อง

Next : ศีล

8.15.2550

TeMpLe StaY : หน้าที่ 2 - ป้า

บันทึกหน้า 2 – ป้า

“ป้าคะ หนูช่วยถือกระเป๋าให้ไหมคะ”
โอ้...ป้า
ถ้ารู้ว่าการหันหน้าพาตัวเข้าวัดเข้าวา แล้วจะมีคำนำหน้าชื่อแก่เกินวัยขนาดนี้ น่าจะรอให้อายุสัก 30 ปีก่อน แล้วค่อยมาดีมั้ย มีคนเตือนหลายต่อหลายคนแล้วเชียว ว่าระวังผี ระวังลำบาก ระวังยุง ถ้ามีซักคนบอกว่าระวังเป็นป้านะ... ก็จะเชื่อไม่มาตามคำบอกไปแล้ว
จะบ่นปาวๆไปก็สายเกินกว่าจะกลับหลังหันกลับ



ตั้งแต่เกิดมา มีแต่คนเรียก น้อง กับ พี่ หรือไม่อย่างมากก็น้า แค่น้าก็บาดไปถึงขั้วไตแล้ว แต่นับตั้งแต่วันนี้ไป (วันเสาร์) ไปจนถึงวันจันทร์ 3 วันเกือบเต็มที่เราจะกลายเป็น ป้านู๋ ๆๆๆๆ

“น้องเมย์คะ แค่พี่ได้ไหมคะ... พี่ขอร้อง”
โอกาสปลอดคน ฉวยความเงียบกระซิบเบา ๆ ขอเปลี่ยนจาก ‘ป้า’ เป็น ‘พี่’ ถือว่าช่วยผู้หญิงตัวแดงๆที่ยังไม่อยากเป็นป้าทีเถอะ แต่ดูเหมือนว่าน้องจะเคยชินกับ ‘ป้านู๋’ ไปเสียแล้ว
น้องเมย์ก็อายุได้ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดเขาน้อย มาอยู่กับคุณยายสง่า แม่ครัวประจำวัดป่าผาลา ที่ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี


ส่วนพี่นู๋ก็อายุมากกว่าน้อง 10 กว่าปีเท่านั้นเอง
จริงๆ ก็เข้าข่าย เป็น ป้า ได้แล้วเหมือนกันนะ
แค่ป้าก็ทุกข์แล้วเนี่ย ยายนู๋!!!
เดินตามน้องเมย์ไปยังที่พัก หรือ “กุฏิ” ตามไปอย่างระแวดระวัง พร้อมกับอุปกรณ์ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้

อุปกรณ์มอบก่อนเข้ากุฏิ
1. ผ้าห่ม
2. หมอน
3. เสื่อ
4. มุ้ง
5. ไฟฉาย
6. เทียน
7. ไฟแช็ก
8. ขวดน้ำ
9. แก้วน้ำ
10. ร่ม


ก้าวลงบันไดคอนกรีตจนถึงขั้นสุดท้าย เปลี่ยนบรรยากาศเหยียบดินเหยียบก้อนหิน ทีละก้อนๆ ใช้ช่วงเท้าก้าวสั้นบ้าง ยาวบ้าง เริ่มฝึกจิต ฝึกสมาธิกันตั้งแต่มาถึงเลย ระยะทางไม่ไกล แต่หอบลง หายใจดัง
ระหว่างเดินอาจท่องไปด้วยว่า...


พลาดหนอ
เจ็บหนอ
ลื่นหนอ
ระวังหนอ

TeMpLe StaY : หน้าที่ 1 - จัดวาง

บันทึกหน้า 1 - จัดวาง


หลายอาทิตย์ก่อนการเดินทาง
ประกาศให้ทราบเกือบทั่วกันว่า.... “เราจะไปนั่งวิปัสนานะ 3 วัน 2 คืน”
ที่ไหนหรอแก
....
“จ.กาญจนบุรี”
ชื่อวัดอะไรง่ะ
“ไม่รู้สิ”
แล้วอยู่ส่วนไหนของกาญฯ
“ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเป็นวัดป่า”

ข้อมูลแม่นปึ๊กมากมาก
แล้วเตรียมอะไรไปบ้างล่ะ




“ แว่วว่าที่นั่นมีให้แล้วหลายอย่าง เตรียมตัวกับใจไปก็พอมั้ง....”

วางงานทั้งหมดที่ค้างคาไว้ที่กรุงเทพฯ ไม่พกใส่กระเป๋าหรือติดหัวออกไปด้วย
จัดกระเป๋าเดินทาง น้องชายสุดที่รักอุปการะกระเป๋าให้ยืมมาใช้



อุปกรณ์เตรียมไม่ค่อยพร้อม T T



* เสื้อกันหนาว 1 ตัว เพราะวัดนี้อยู่บนเขาอากาศอาจจะหนาวมาก ผ้าห่มที่เตรียมไว้ให้อาจบางเกินไป ควรมีตัวช่วยเสริมไปด้วย (อันนี้ได้ใช้อยู่ กลางคืนกับรุ่งเช้าอากาศเย็น)
** ยาทากันยุง ในวัดอาจจะมียุงป่าตัวใหญ่เป้งรอยู่ ตัวเป็นตุ่มกลับมาไม่คุ้มกัน (สำหรับคนที่แพ้ยุง น่าจะพกติดไปด้วย ส่วนเรามิได้ใช้ แต่ได้ให้คนอื่นใช้)
*** หนังสืออ่านง่าย ๆ ซัก 1 เล่ม หยิบบทกวีไปอ่านซะเลย กวีนิพนธ์อ้ายชิง, ทวีปวร แปล (หยิบไปแต่ไม่ได้อ่าน หนังสือของเราจะอ่านเมื่อไรก็ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งรอบตัวที่ได้เจอใน 3 วัน ไม่ได้เปิดอ่านที่ไหนก็ได้ ต้องเก็บและเปิดอ่านให้เต็มที่)
**** ชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูปให้เต็มที่ + CF การ์ด 2 อัน + เลนส์ 28-105mm. กับ 50 mm.ก็มีอยู่เพียงเท่านี้ล่ะ (วันกลับแบตแทบจะเกลี้ยงก้อน น่าจะมีอันสำรองไปจะได้ถ่ายเต็มที่กว่านี้)
***** เสื้อ 3 ตัว กางเกง 1 ตัว ทุกตัวล้วนปราศจากสีขาว!!! (จริงอยู่วาธรรมะอยู่ที่ใจ มิได้อยู่ที่การแต่งกาย แต่หากเราสำรวมได้ตั้งแต่กาย ใจเราก็น่าจะควบคุมได้ไม่ยาก ไม่ตัองถึงขั้นแต่งเต็มชุดก็ได้ เพียงเสื้อสีขาว กางเดงสีดำ/เทา/ขาว ก็พอ)
******โปสการ์ด เขียนกลับมาหาเพื่อน (ได้เขียนส่งกลับมา ตามวันและเวลาที่เหมาะสม แต่สถานที่ส่งกลับมาเป็นตู้จม. แถวๆ ลาดพร้าวซะได้)
******* สมุดจดเล่มเล็กๆ + ปากกา (ของสำคัญจำเป็นพกติดตัวตลอดเวลา)
******** ครีมบำรุงร่างกายที่จำเป็นๆ เช่น สบู่ – ยาสีฟัน – ครีมทาตัว – โฟมล้างหน้า – ครีมทาหน้า –แป้ง – ครีมกันแดด งดน้ำหอม ที่ปัดแก้ม ทาตา ขนตา พวกเครื่องแต่งเติมให้สวย (เอาเข้าจริง ๆ ก็ลืมทานู่นนี่นั่น)
********* ซื้อหนังสือพิมพ์ไปอ่าน 1 เล่ม กรุงเทพธุรกิจ เล่มวันเสาร์ มีส่วนเสาร์สวัสดี ที่ไม่ควรพลาดอ่าน (อ่านบนรถตู้ ระยะเวลาเดินทางพอเหมาะกับความยาวของหนังสือพิมพ์)


พกมาก ก็หนักมาก
พกน้อย ก็หนักน้อย

เปลี่ยนของใช้ เป็นของประดับ

บางพกได้ใช้

บางพกไม่ได้ใช้

บางพกเอาไปใช้
บางพกก็ไม่หยิบออกมาใช้

Next page >> ป้า

8.02.2550

บทสัมภาษณ์ คมสัน นันทจิต คมคิดเขียนคุย

โดย…ขนิ-โต และกองกำลังปั้นฝันฯ
จุลสาร TK park เล่มที่ 14 เดือนสิงหาคม 2549
คอลัมน์ T-Talk






ในธนาคารชีวิตแต่ละคน ฝาก สั่งสมอะไรเอาไว้บ้าง ฝากเป็นประจำ ฝากบ้างบางอารมณ์ ดอกเบี้ยผลิดอกออกให้เห็นผลตามเหตุแห่งการฝาก ระยะเวลาและความเพียรในการเติมประสบการณ์ที่ชื่น ที่ชอบ ประกอบก่อร่างเป็นการได้ทำในสิ่งที่รัก หากลองเปิดสมุดบัญชีของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น 108 มงกุฎดู กว่าจะมาถึงหน้านี้ที่ทุก ๆ คนรู้จักกันดี หน้าเก่า ๆ ที่แล้ว ๆ มานั้นจะราบเรียบ ขรุขระ หรือโรยด้วยกลีบกล้วยไม้…


“ในชีวิตของผม ชอบทำอยู่สามอย่าง หนึ่งคือชอบอ่านหนังสือ สองคือชอบดูหนัง และสามคือชอบฟังเพลง”

book : อักษรพาเพลิน
คมสันมีแววอ่านฉายแสงมาตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเข้าประตูโรงเรียน เห็นหนังสือพิมพ์วางอยู่ก็หยิบเอามาสะกดเป็นคำ เขาว่า “บ้านนี้รักการอ่าน”
“ผมว่าครอบครัวเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ที่จะปลูกฝังให้ผมรักการอ่าน พ่อกับอาจะมีหนังสืออยู่เยอะ อย่างอาเป็นหมออยู่ที่เชียงใหม่ พอถึงช่วงฤดูร้อนเขาก็จะลงมากรุงเทพฯ เอานิตยสารสตรีสารสำหรับเด็กขนมาให้อ่าน โห! สนุกมากเลย หรือเวลาที่ไปอยู่กับคุณย่าที่ภาคใต้ ที่นั่นก็จะมีตู้หนังสือ ผมก็จะอ่านการ์ตูน อ่านนู่นนี่ อ่านเยอะมาก อ่านทุกแนว ทุกอย่าง อ่านจนไม่กลัว ไม่เป็นเรื่องยาก ไม่ชอบเล่นกีฬา เพราะเล่นกีฬาไม่เก่ง ชีวิตส่วนใหญ่ก็จะอยู่แต่กับหนังสือตลอด”
“พอสมัยเรียนมัธยมก็ได้มาเข้าที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่นี่มีสิ่งที่ทำให้ตกใจอยู่สามอย่าง อย่างแรก คือสนามฟุตบอล ต่อมาก็โรงอาหาร และก็อย่างสุดท้ายก็คือห้องสมุด มีห้องสมุดที่ใหญ่และเก่าแก่ เพราะความที่เป็นโรงเรียนที่ตั้งมานานแล้ว หนังสือแต่ละเล่มก็จะเก่า หายาก นี่แหล่ะแหล่งความสุขของผมเลย ไม่ต้องไปไหนแล้ว ก็อยู่ห้องสมุดตลอด ชอบ”
“ผมอ่านหนังสือในห้องสมุดสวนกุหลาบฯ เยอะมาก มากจนน่าจะจำหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดได้เลยล่ะ ผมอยู่ในห้องสมุดทุกวัน ไล่อ่านหมดทุกประเภท ผมไม่ชอบเล่นกีฬา เป็นคนตัวใหญ่แต่วิ่งช้า(หัวเราะ) เลยไม่ชอบเล่น อย่างเวลาเล่นกีฬาแข่งกันเป็นทีม ผมก็จะเป็นประเภทตัวแถม(หัวเราะกันอีกครั้ง) มักจะเป็นเศษให้เขาเลือก จะอยู่ฝ่ายไหนก็ได้”

Shy : เด็กขี้อาย กลายเป็นผู้ชายช่างพูด
ใครจะเชื่อบ้างว่าตอนเด็ก ๆ คมสันเป็นคนขี้อายมาก โดนเพื่อนแกล้งก็บ่อยครั้ง แล้วอาจารย์ก็มักจะเรียกให้ออกไปพูด ร้องเพลง ไปทำอะไรต่อมิอะไรหน้าห้องตลอด ความกลัวทำให้เขาจำต้องเอาชนะมันไปให้ได้ กว่าจะรู้ตัวเองว่าเป็นบุคคลผู้สร้างเสียงฮาก็ปาเข้าไปม.ปลายแล้ว หนึ่งในกิจกรรมที่เขาแสนจะภูมิใจสมัยเรียนอยู่สวนกุหลาบ “กิจกรรมแปรอักษร” ในการแข่งขันฟุตบอล
จตุรมิตรสามัคคี
“ตอนอยู่ ม.ต้นเห็นรุ่นพี่เขาที่ยืนพูดข้างล่างแสตนด์สั่งให้แปรเป็นรูปนู่นนี่ ก็เริ่มมาคิดว่า เออ… ก็ดีนะ เขาสามารถสั่งคนเป็นพัน ๆ ให้ทำนู่นนี่ได้ ทุกคนต้องฟังเขา พอมาอยู่ม.ปลาย ก็เริ่มเข้าชมรมเชียร์ ต่อมาก็ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานชุมนุม ได้ออกไปยืนสอนน้อง ๆ แปรอักษร เออ! เวลาเราพูดก็มีคนฟังนะ บอกให้ทำอะไรก็ทำตาม พอซักระยะเพื่อนก็ให้ไปแข่งขันโต้วาที ก็ไปพูดโต้วาทีแข่งกับเขา แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่นะ ไปทุกครั้งก็ตื่นเต้นทุกครั้ง ก็ยังกลัว ก็ยังอาย… แต่ก็ทำได้ เหมือนกับว่าต้องข้ามมันไป ถ้ามัวไปยืนเก้ ๆ กัง ๆ อึกอัก ๆ มันก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ พอมาเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี่ก็เริ่มไปกันใหญ่ มีอะไรให้ทำเยอะมาก ทั้งละคร ทั้งเป็นพิธีกรคณะ ก็เหมือนกับได้ฝึกไปเรื่อย ๆ ชีวิตตอนนั้นมันสนุก สนุกมาก ๆ… แต่ก็ยังอายอยู่นะ ถึงทุกวันนี้เวลาทำงานก็ยังตื่นเต้น ยังสั่น ยังอายอยู่ ก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม?”

Change : แสงสว่างส่องชีวิต
จากที่เคยพูดกับตัวเองว่า “เรียนไปทำไม เพื่ออะไร” ไม่สนใจเรียน หันหน้าเข้าหาแต่กิจกรรม จนกระทั่งขึ้นปี 3 เมื่อเขาได้พบกับ อาจารย์เฉลิม สุจริต ในรายวิชา Construction Material เหมือนตัวเองได้พบแสงสว่าง
“วิชา Construction Material เรียนเกี่ยวกับวัสดุโครงสร้างต่าง ๆ ของอาคาร เช่น หิน ทราย ไม้ ว่าเป็นยังไง เป็นวิชาที่น่าเบื่อมาก โหย ! บรรพบุรุษวิศวะเลยล่ะ แรก ๆ จะไม่เข้าใจ เรียนไปทำไมเนี่ย ปี 1 ไม่ตั้งใจเรียน ปี 2 ก็ไม่เรียนอีก พอปี 3 ก็มาเจออาจารย์เฉลิม สุจริต อาจารย์จะเรียกนักเรียนว่ายู อ่ะ! ชี้ไปที่คนนี้ว่า “ยู อนาคต ยูจะได้ออกแบบรัฐสภา ยูจะได้ออกแบบวัดพระแก้ว เห็นไหมว่า Architect มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน” ผมนี่ตกใจ มันมีแบบนี้ด้วยเหรอในโลกของอาจารย์ เหมือนในการ์ตูนเรื่อง GTO เฮ้ย... อะไรเนี่ย อาจารย์คนนี้ !”
“แล้วหลังจากนั้นอาจารย์ก็เริ่มพูดถึงความสำคัญของอาชีพนี้ อาชีพนี้มันสร้างอะไร แล้วอาจารย์ก็เล่าว่า Master ของ Architect ของโลกชื่อหลุยส์ ซัลลิแวน เขาเป็นอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้เกิด Modern architecture วันหนึ่งเมื่อเมืองชิคาโก้มันเละมากแล้ว ลูกศิษย์ก็มาเข้าไปหา แล้วถามว่าจะย้ายไปไหนกันดี ซัลลิแวนกลับตอบว่า “ Stay here ! and Do something good ” ก็เหมือนเราแหละ เราสามารถทำได้ แล้วก็มาเข้าเรื่องที่ว่า ทำไม Material ถึงสำคัญ อาจารย์บอกว่า “ ถ้าผู้รับเหมาเอาไม้เต็งมาหลอกว่าเป็นไม้รัง ยูก็ไม่รู้ โง่ ชิบ ” เออ ... ก็จริงนะ แล้วท่านก็จะชอบเล่า นิทาน ชอบเล่าเรื่องแล้วให้เราตีความตลอดเวลา มันทำให้พี่ได้รู้สึกเป็นครั้งแรกว่า เออ ที่เรากำลังทำอยู่เนี่ย เราทำไปเพื่อจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่ คำถามนี้สำคัญมาก ๆ”
“แล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่ได้ฟังแล้วรู้สึกโอ้โห ! โดนซะเต็ม ๆ ก็มีศาสตราจารย์มาจากอเมริกา จบปริญญาเอกด้านข้าว จะมาสอนที่มหาวิทยาลัย ลงมาจากเครื่องบิน แล้วมานั่งแท็กซี่ต่อ ให้แท็กซี่ขับพาไปทางรังสิต มองไปเห็นต้นข้าว เขาก็ถามแท็กซี่ว่า นี่ต้นอะไร ? ตลกมะ อ่ะ!ต้องอธิบายต่อ มันเหมือนว่าคุณเรียนจบด้านข้าวมา แต่ไม่รู้จักต้นนี้ต้นอะไร สถาปนิกก็เหมือนกัน ถ้าแยกไม่ออกว่าวัสดุที่ต่างกัน มันต่างกันยังไง มันก็แปลก แล้วอาจารย์ก็พูดประโยคสุดยอดว่า “ถ้าคุณไม่เรียน กอ ไก่ ขอ ไข่ คุณจะเขียนเป็นคำได้ยังไง อย่าว่าแต่เป็นประโยคเลย แล้วก็ไม่ต้องพูดถึงโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนเลยนะ ” ตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ตั้งใจเรียนมาตลอดเลย แต่ว่าทุกวันนี้พี่ก็ยังแยกไม้เต็ง กับไม้รังไม่ออกนะ ( หัวเราะ ) อาศัยถามรุ่นพี่เอา แล้วก็เจออาจารย์ที่สุดยอด ๆ มาตลอด”

Entertainer : พิธีกร ผู้ออกแบบความขำ
“ตอนแรกก็แปลกใจนะ ที่เอาสิ่งที่เรียนมาช่วยได้มากเลย เพราะคณะที่เรียนจะฝึกให้นักศึกษาต้องอธิบายความคิด ฝึกกันตั้งแต่ปีสองปีสามเลย คือมันเป็นการฝึกให้เราได้อธิบายและเรียบเรียงความคิด ซึ่งพอผ่านตรงนั้นแล้วก็ต้องออกไปรายงานหน้าห้องอีกที ทั้งหมดมันเป็นการฝึกโดยที่เราไม่รู้ตัว โดนฝึกอย่างนี้มาตั้งห้าปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก และสิ่งเหล่านี้ก็มาช่วยสนับสนุนในงานพิธีกร เพราะงานพิธีกรคือการเอาความคิดคนอื่นออกมาอธิบาย โดยที่เขาเป็นคนพูด การแสดงก็เหมือนกัน เราก็ต้องไปเป็นตัวละครตัวนั้น”

Imagine : จินตนาการอันเจือจาง
คมสันจำเป็นต้องอ่านหนังสือทุกวัน ถ้าไม่ได้อ่านขณะนั่งรถ ก็ต้องอ่านก่อนนอน ในกระเป๋าของเขาจะต้องมีหนังสืออยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นแมกกาซีน การ์ตูน วันนี้ในกระเป๋าของเขามีการ์ตูนเรื่อง galaxy 999 เป็นการ์ตูนเก่าที่เอามาทำใหม่ คมสันช่วยเปิดต่อมการ์ตูนให้กว้างขึ้น ว่าจริง ๆ แล้วมีการ์ตูนหลายแบบ ทั้งการ์ตูนสำหรับเด็ก แล้วก็การ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ การ์ตูนญี่ปุ่นเขาทำมาสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย การ์ตูนจะพาเราไปสู่ในโลกที่คิดว่าไม่มีอยู่จริง สำหรับคนที่มีอายุเกิน 20 ปี หนึ่งในการ์ตูนที่ประทับในความทรงจำ จะต้องมีเรื่อง “โดราเอมอน” อยู่ด้วย
“ตอนเด็ก ๆ เปิดลิ้นชักดูพยายามจะหายานแบบในการ์ตูนโดราเอมอน ประมาณว่ามันจะต้องมีโดราเอมอนอยู่ในลิ้นชักแน่ ๆ... ยังนึกเลยนะถ้าเด็ก ๆ ได้ดูเรื่องแฮรี่พอตเตอร์นะ เราต้องขี่ไม้กวาด ต้องพูดคาถา ต้องไปชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่นี้ให้ได้ ไม่รู้มีใครทำกันบ้างมั้ย แล้วก็ต้องคิดว่าถ้าขี่ไม้กวาดมันต้องบินได้...แต่มันก็บินไม่ได้ มันเศร้าตอนไหนรู้มั้ย พอเราโตขึ้น เราไม่เชื่ออย่างนั้นแล้ว เออ! ทำไมตอนโตเราไม่เชื่อแล้วว่าในลิ้นชักมันมีไทม์ แมชชีน เศร้านะ เราเสียความไร้เดียงสา โตแล้วมีเหตุผลมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เหมือนเพลงพื้นที่เล็กๆ ของบอย ตรัยน่ะ(บอย-ตรัย ภูมิรัตน) ฮึ ฮึ ฮึ”

Rhythm : จังหวะของตัวหนังสือ
คมสันเริ่มเขียนหนังสืออย่างเป็นทางการลงในหนังสือ “ช่อการะเกด” เรื่องสั้นของเขาเป็นหนึ่งในบรรดาหลาย ๆ ช่อ
เมื่อเครื่องเริ่มร้อน เอาอะไรมาหยุดไม่อยู่ เขาถูกทาบทามเป็นหนึ่งในนักเขียน “รวมเรื่องสั้นชุดสนามหญ้า” ต่อจากนั้นคงไม่ต้องสาธยาย มีงานหลั่งไหลเข้ามาให้เขียนไม่ขาดมือ ทั้งเขียนเอง และแปลเอง ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเขาจะรู้ดีว่า เรื่องที่คมสันเขียนช่างเศร้าหม่น ไม่ตลกเหมือนเวลาเจอบนหน้าจอทีวีเลย…
“พี่รู้สึกว่าระยะหลัง ๆ นี้ นักเขียนรุ่นใหม่ ๆ บางคน ละเลยมากเรื่องการส่งต้นฉบับ ก็จะมีคนส่งเรื่องสั้น
มาให้ผมอ่าน บางครั้งก็สะกดคำผิด ย่อหน้า เคาะวรรคไม่ตรงผมจะหงุดหงิดกับเรื่องพวกนี้ มันรู้สึกว่าไม่น่าอ่าน ตัวที่พิมพ์ออกมา มันก็เคาะบ้าง ย่อหน้าตรงไม่ตรงบ้าง
“เราเขียนหนังสือเองก็จะรู้ว่าขึ้นย่อหน้าใหม่ทำไม จังหวะมันจำเป็นมาก เวลาเราอ่านหนังสือมันจะมีจังหวะส่วนตัวของเราอยู่อันหนึ่ง ลองสังเกตดูนักเขียนที่เก่ง ๆ เขาจะควบคุมจังหวะการอ่านเราได้ แบบพวกระดับเทพ เขาจะทำให้เราอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วก็ต้องหยุด เดี๋ยวตรงนี้เขาจะปล่อยหมัด เราจะรู้สึกได้เลย เราจะรู้สึกในจังหวะ อือ ฮื้อ... มันมาอย่างนี้แล้วก็ปัง!!! ให้เรารู้สึกเลย”
“ผมจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ผมเป็นคนซีเรียสเรื่องการส่งต้นฉบับมาก จะต้องขอดูก่อน ถ้าลงเรื่องสั้น จะขอดูอาร์ตเวิร์ก เพราะว่าตอนแรก ๆ ที่เขียนเนี่ย มีครั้งหนึ่งเราขึ้นย่อหน้าใหม่ แต่คนจัดอาร์ตเวิร์ก จัดโดยไม่อ่านเรื่องของเรา เขาเอาย่อหน้าเราไปต่อคำสุดท้ายเนี่ย ที่ขึ้นย่อหน้าใหม่เพราะเรื่องมันหายไปแล้วสิบปี แต่พอมาอ่านมันเหมือนเรื่องนี้ต่อกัน พี่โมโหแบบ.... สุด ๆ เลย(ทำสีหน้าโมโหผู้ทำการสัมภาษณ์ราวกับว่าเป็นคนจัดอาร์ตเวิร์กคนนั้น) เขาทำเรื่องเราแบบว่าชิบ...เลย หรือบางทีก็มีทำประโยคสุดท้ายของเรื่องหายไป ซึ่งมันเป็นความสำคัญของการเขียนหนังสือ ประโยคสุดท้ายอันนี้ มันจำเป็นต่อเรื่องมาก!!! หลัง ๆ เราก็จะขอตรวจ แต่ก็มีผิดอยู่ดี หนังสือส่วนใหญ่ก็จะตรวจเอง ถ้ามีคนตรวจคำแล้วก็จะขอตรวจอีกรอบ อันนี้ไม่ได้เลย เพราะจังหวะมันสำคัญมาก”

Ghost : คนกลัวผี
“ผมเป็นคนกลัวผีมาก ไม่เคยเจอ แต่กลัว กลัวขนาดไม่ดูหนังผี ถ้าเป็นหนังสือแล้วมันดีจริงก็ต้องอ่าน แต่ไม่ค่อยอ่านหรอก อย่างหนังสือ เดอะริง(คำสาปมรณะ) หรืออะไรประมาณนี้จะไม่เคยได้ตังค์จากผมเลยนะ แต่ถ้าเป็นแนวฆาตกรรมอันนี้จะชอบ หนังเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ พี่ก็ไม่ดู ล่าสุดดู กระสือวาเลนไทน์ ดูเพราะชอบพี่ต้อม(ยุทธเลิศ สิปปภาค) ก็ยังต้องปิดตา รอดูตอนตลก ๆ แล้วก็ไม่ค่อยไปไหนคนเดียว เพราะพี่กลัวผี”

Travel : 2 เท้ากับกระเป๋า 1 ใบ
“ชอบเที่ยวมาก เพิ่งไปหลวงพระบางมา ดีนะ ไม่แพงด้วย ที่ชอบเพราะเรายังพอเห็นความเป็นของเก่าอยู่ มันก็เริ่มเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงให้เราเห็นแล้ว แต่เราก็ยังมีรู้สึกว่าก็ยังเป็นของเขาอยู่นะ คนที่นั่นเขาก็ยังน่ารักอยู่ รู้สึกว่าอยู่หลวงพระบางแล้วไม่ต้องกลัวใครโกงเรา อย่างเวลาจะเรียกรถไปไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะโกง หรือเวลาเดินเที่ยว เราจะรู้สึกว่าของไม่หายแน่ ที่นั่นเขายังเป็นอย่างนี้อยู่เลยนะ"
"แล้วที่ชอบที่สุด เป็นช่วงปีใหม่ คืนวันที่ 31 ที่มีการ countdown กัน คนลาวเขาไม่ตื่นเต้นเลยนะ มีแต่ฝรั่งกับคนไทยที่จะไปฉลอง ก็ถามคนเขาว่าทำไมเหรอ เขาก็บอกมาว่า ปีใหม่เขาเป็นวันสงกรานต์ เนี่ย ! เจ๋งมั้ย
เจ๋งมาก ขนาดเวลาของโลกยังไปหมุนเขาไม่ได้เลย แต่ก็จวนแล้วล่ะ เริ่มมีสัญญาณแล้ว เริ่มมีเสื้อกล้าม แต่เขายังไม่มีสายเดี่ยวนะ เริ่มมีจิ๊กโก๋ จิ๊กกี๋ มีฮิฟ-ฮอฟ”

Time Mashine : วันวานอยากให้หอมหวาน
“อยากกลับไปพรีเซ้นต์ Thesis ใหม่ งานนี้เป็นเหมือนวิทยานิพนธ์เพื่อจบการศึกษา เป็นงานใหญ่ของเด็กสถาปัตย์ทุกคน ผมทำเรื่องพิพิธภัณฑ์เด็ก คล้ายๆอุทยานแห่งการเรียนรู้ สำหรับการเรียนรู้ของเด็กด้วยการเล่น ซึ่งวันที่ได้พรีเซ้นต์ รู้สึกว่าพูดไม่ดีเลย ก่อนหน้านั้นมันอดหลับอดนอน ไม่มีแรงจะพูด พูดไปก็ไม่รู้เรื่อง อาจารย์ช่วยถามก็คิดไม่ทันอีก พอพรีเซ้นต์เสร็จ อ้าว ! อาจารย์ถามช่วยนี่... อยากกลับไปทำใหม่มาก”
“เหตุการณ์นี้ถึงกับเก็บเอาไปฝันเลยนะ ทุกวันนี้ยังฝันอยู่เลย ไปถามเพื่อนทุกคนก็ไม่มีใครไปฝันแบบนี้ ผมชอบฝันว่าตัวเองเป็นนักเรียน เดินเข้าไปที่คณะเห็นเขาทำ Project กัน เราก็เฮ้ย!!! ไม่เห็นรู้เรื่องเลย เอาแล้วต้องไปซื้ออุปกรณ์ แล้วก็ตกใจตื่น เดินไปหาโต๊ะเขียนแบบ ไม่มี เฮ้ย! อ๋อ... เราเรียนจบแล้ว เราเรียนจบแล้ว โห! เหมือนขึ้นสวรรค์ ยังฝันแบบนี้อยู่เลยประมาณ 3 เดือน/ครั้ง มันเครียด มันฝังใจมาก แต่เราก็ผ่านมาแล้ว เหมือนกับยกภูเขาออกมาจากอก”

Tomorrow : วันพรุ่งนี้ของคมสัน นันทจิต
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำแต่ละวันให้มันดี แล้วทุกอย่างจะดีเอง หลาย ๆ คนนิยมชมชอบคตินี้ แล้ววันพรุ่งนี้ มะรืน เดือนหน้า อีกสิบปีล่ะ…
“สมัยก่อนไม่เคยคิดเลยนะ สมัยเมื่อสองสามปีที่แล้วมีคนมาสัมภาษณ์ ก็บอกไปว่าผมเป็นคนไม่มีอนาคต ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย มาตอนนี้ก็ตั้งใจจะผ่อนบ้านให้แม่ เป็นภารกิจที่ต้องทำให้หมด มาคิดได้ตอนดูพระราชดำรัสของในหลวง เออ เนอะ...เศรษฐกิจพอเพียงก็น่าจะดีนะ แล้วพอดีผมได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มันมาลบล้างความเชื่อที่เรามีอยู่ทั้งหมดเลยนะ เป็นหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านบอกว่า ที่เราชอบพวกฟังเพลง ดูงานศิลปะเนี่ยเหมือนเรากำลังเฉือนเนื้อเรากินอยู่ เพราะว่างานพวกนี้เราต้องทำความเข้าใจ เราก็คิดกันว่ามันดี เหมือนเราฟังเพลงแจ๊ส แรกแรกเราอาจไม่เข้าใจหรอก ว่าจริง ๆ แล้วมันดียังไง เขาทำอะไรได้ยังไง เราก็ต้องไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม แล้วถึงจะอ๋อ... มันเพราะเรื่องมันอย่างนี้นี่เอง"
"จริง ๆ แล้วเราเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปสู่มายา มันเป็นกิเลสที่หลอกเราไปเรื่อย ๆ ซึ่งเอาเข้าจริงๆผมก็ยังเลิกไม่ได้หรอก แต่มันก็เออ...แปลกดี อยู่ ๆ มีคนมาบอกเราอย่างนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง สมมติผมตายไป แผ่นเสียงที่บ้านมันจะเป็นของที่ไม่มีค่าเลย แต่มันมีค่ามากนะ แล้วค่าของมันอยู่ที่ไหน อ๋อ!!! เราก็ต้องเอาไปบริจาคใชมั้ย แผ่นเสียงนี่เป็นอีกอย่างที่บ้ามาก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ซื้อแล้วล่ะ ไม่มีตังค์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี่ซื้อแหลก”
sketch : ออกแบบชีวิต?
“ออกแบบชีวิตหรอ... ครึ่ง ๆ นะ อย่างเรื่องของผมมันเป็นเรื่องของจังหวะ มันไม่ใช่เรื่องของความฝัน มันเป็นจังหวะของชีวิต ตอนนั้นพี่วิทวัส สุนทรวิเนตร จะทำรายการพอดี(ตีสิบ) ผมก็ไปทำกับเขา ทาง JSL ต้องการพิธีกรก็ไปทำ ผมไม่ได้เดินตามความฝัน ไม่เคยฝันว่าสักวันจะต้องเป็นพิธีกรให้ได้ ต้องได้รางวัลในการแสดง(นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่องรักออกแบบไม่ได้) มันเป็นจังหวะของมันไปเรื่อย ๆ
แต่จริง ๆ อันนั้นก็ต้องเป็นความสนใจของเราด้วย เป็นการฝากสะสมเอาไว้ครึ่งหนึ่งตั้งแต่ยังเด็ก ๆ เป็นทุนครึ่งหนึ่ง ในตัวเรามันต้องมีความสนใจที่จะทำอย่างนั้นอยู่ ไม่ใช่ว่าพอถึงจังหวะที่เราจะเปลี่ยน เราก็จะเปลี่ยนได้โดยไม่ได้ฝากตรงนั้นไว้"
"เหมือนการเป็นนักเขียน ถ้าตอนนั้นที่เพื่อนมาชวนเขียนหนังสือ แต่ถ้าเราไม่ได้เขียนเรื่องสั้นเก็บไว้ ก็คงจะไม่มีเรื่องให้เพื่อน และถ้าไม่ได้ลงเล่มนี้ เราก็ไม่ได้ลงเล่มนั้น แล้วก็จะไม่ได้เป็นคอลัมนิสต์ ทุกอย่างมันเป็นจังหวะหมด เพราะว่าเราชอบทางนี้อยู่แล้วไง ก็เลยสามารถทำได้ทันที เมื่อโอกาสมาถึงเราก็จะรู้เลยว่าอะไรทำได้ ไม่ได้”

ใครที่ยังไม่เริ่มฝากอะไรเพิ่มเติมใส่ธนาคารชีวิต วันนี้ยังไม่สาย หมั่นฝาก เพียรสะสม แล้วดอกเบี้ยก็จะออกดอกงอกงาม


ข้อควรรู้ : ธนาคารนี้ไม่รับทำการโอนทุกกรณี โอนให้กันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จัก หรือคนรู้ใจ.