แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด

7.08.2555

ไหลไปตาม(แม่)น้ำ


นิตยสาร Anywhere ฉบับเดือนพฤษภาคม 54 คอลัมน์ Travel Journal (1หน้า)
Text + Photo : มานู สะตี
 
ไหลไปตาม(แม่)น้ำ
                    ห่วงยางกับทะเลเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยจนแทบรู้สึกว่าขาดกันไม่ได้ แต่สำหรับห่วงยางกับแม่น้ำนั้น…จะเข้ากันจริงหรือ?
                    ยังไม่ทันเข้าตัวเมืองวังเวียง ธรรมชาติและสองข้างทางก็ทำเอารักลาวตั้งแต่แรกพบ ชัตเตอร์กล้องแทบไม่ได้หยุดหายใจ ภูเขาที่นี่เรียงซ้อนกันอย่างอบอุ่นจนต้องบันทึกภาพไว้จริงๆ หนึ่งในวิวที่ได้มองเห็นภูเขาใกล้ๆ นั้นเห็นจะเป็นร้านอาหารริมแม่น้ำซอง(แปลว่ามอง) เราก็ไปนั่งน้ำตาไหลกับส้มตำปูเผ็ดซี้ด ที่เกิดเหตุของการเริ่มสืบหา…ห่วง(ยาง) มองไปทางเท้าเห็นคนหิ้วห่วงยางขึ้นบกกันเป็นแถว พวกเขาหิ้วไปไหนกัน 
                    เดินเข้าร้านขายเสื้อก็มีสกรีนลาย In The Tubing Vang Vieng จารึกเอาไว้บนเสื้อกล้าม-เสื้อยืด ชักไม่ธรรมดาซะแล้วล่ะ! เจอนักเดินทางคนไทย(ผู้มีประสบการณ์ที่นี่มาก่อน) ก็ทักว่าได้ล่องห่วงยางกันแล้วหรือยัง? เห็นทีเราจะต้องเดินไปร้านจำหน่ายห่วงยางกันเสียที (กิจกรรมในแม่น้ำซองมีให้เลือกหลายอย่าง หากไม่อยากเปียกทั้งตัว และไม่อยากอยู่ในน้ำนานๆ ก็เลือกพายเรือคายัคหรือนั่งเรือหางยาวได้) ควักเงินออกมา 115,000 กีบ (ค่าห่วงยาง+รถพาไปต้นน้ำ = 55,000 กีบ และมีค่ามัดจำห่วงยาง 60,000 กีบ จะคืนเงินให้ตอนนำห่วงยางมาคืน) หรือจ่ายเป็นเงินไทย 500 บาท มีกติกาง่ายๆ ว่าต้องนำพาตัวเองลอยตามแม่น้ำซองและสาวเท้าเดินมาให้ถึงร้านก่อน 6 โมงเย็น มิฉะนั้นเงินมัดจำจะสูญหายไปทันที ของมีค่าที่ต้องนำพกติดตัวก็ใส่ซิปล็อกกันน้ำเข้าคล้องคอไว้ แต่ถึงอย่างไรก็อย่าเพิ่งรีบไว้ใจว่าจะกันน้ำเข้าได้ชัวร์ เพราะเราได้พบกับ ‘ถุงกันน้ำออก’ มากับตัวเองแล้ว (ประสบการณ์ตรงสุดๆ) 
                    บริเวณจุดปล่อยตัวกระแสน้ำค่อนข้างไหลแรง แค่เท้าแตะก็รู้สึกเย็นเจี๊ยบราวกับมีน้ำแข็งอยู่ในน้ำ ไม่บ่อยนักที่จะได้ใกล้ชิดภูเขาใหญ่โตขนาดนี้ หินปูนสีเขียวนี้ได้รับนามปากกาว่ากุ้ยหลินเมืองลาวเชียวนะ สวยและยิ่งใหญ่จนนึกเสียดายที่พลาดเก็บกล้องรู้ใจไว้ที่ห้องพัก ระหว่างทางที่ล่องไปตามน้ำ ก็มีร้านกิน-ดื่มริม 2 ฝั่งอยู่เป็นระยะๆ เรียกกันว่า ‘บาร์น้ำ’ เสริมด้วยกิจกรรมสไลเดอร์ หรือเชือกให้โหนเล่น หลายๆ คนนิยมจิบเบียร์ลาวแก้หนาว และความสนุกกับห่วงยางก็มีหลายวิธี การสร้างสรรค์ท่านั่ง-นอนบนห่วงยาง ท่าอะไรที่ทำให้เราลอยได้สบายที่สุด ทำอย่างไรให้ดูโดดเด่นจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น หรือนอนอ่านหนังสืออย่างไรไม่ให้เปียกน้ำ ระหว่างล่องไปก็เห็นชาวบ้านหลายคนก้มเก็บอะไรสักอย่างในน้ำ มาถึงบางอ้อทีหลังว่าเขาเก็บสาหร่ายกัน
                    3-4 ชั่วโมงกว่าๆ กลางแม่น้ำซองมีอะไรให้มองมากมาย เท้าได้สัมผัสก้อนหิน ลมพัดแรงทำเอาขนแขนตั้ง ตรง น้ำพัดหมุนห่วงยางลอยเข้าฝั่ง ลอยตามเพื่อนไม่ทัน นึกกลัวว่าจะมีตัวอะไรอยู่ใต้น้ำ ย้อนกลับไปเป็นเด็กเล่นห่วงยางแบบไม่ต้องเขินอาย ถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นบอลลูนยักษ์ลอยผ่านหน้าไปด้วย ประสบการณ์ไหลไปตามลำน้ำครั้งนี้ไม่ต้องกลัวความเค็มซัดเข้าตา แถมมีมิตรภาพดีระหว่างห่วงยางเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ด้วย
                   ลองซองดูสิเธอ…



                 

5.10.2554

โปสการ์ดถึงมานู


โปสการ์ดที่เขียนหาตัวเอง ด้วยลายมือขยุกขยุย
โดยมีแขกรับเชิญ น้อง yohyo จากร้าน coffee berry
และปั๊มประทับตราจากสถานที่ที่ได้เข้าไปทักทาย
ทริปกาญจนบุรีติดขอบชายแดนครั้งนี้มีความสนุกทุกๆ วัน
ขอยืนยันด้วยตัวเองว่า...ยังมีอีกหลายมุมสวยแบบไม่คาดคิดรอเราอยู่
ที่นี่...ที่ประเทศไทย

2.20.2554

Fullsun [no] Party


การเดินทางออกไปข้างนอกครั้งล่าสุดของเรา ภาพพระอาทิตย์กับแม่น้ำ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เป็นภาพสุดท้ายที่เราเฝ้ารอมาตั้งแต่บ่าย 3 โมง เรานั่งมองน้ำในแม่น้ำโขงไหลไปเรื่อยๆ มีเรือแล่น, พาย
ผ่านไปมาเป็นพักๆ เรือขนของจากท่าเรือหนองคายไปยังท่าเรือเวียงจันทน์ โชคดีที่วันนี้พระอาทิตย์ใจดี
ปล่อยแสงออกมาเต็มที่ และกันคุณเมฆฝนให้ถอยไปห่างๆ แม้ว่าแสงเย็นจะดูเหงาเศร้ากว่าตอนเช้าสัก
หน่อย แต่เราก็ชอบที่จะแอบมองอยู่บ่อยๆ

ที่เกิดภาพ_ริมแม่น้ำโขง หนองคาย

1.14.2554

ภาพในกรอบ



กรอบรูปภาพที่เปลี่ยนรายละเอียดไปเรื่อยๆ วันนี้แดดน้อย ฟ้าครึ้มๆ ธรรมชาติในภาพจึงออกมานุ่มๆ เบาๆ ภูเขาที่ฉันกำลังยืนเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นระยะเวลา 3 เดือน และหลังจากวันที่ 28 ก.พ. สิ้นสุดลง ที่นี่ฉันยืนจะโล่งและเรียบเสมือนที่ที่ฉันมองเห็น

ที่เกิดภาพ Wang Nam Keaw Flora Fantasia

1.07.2554

Little miss Sunshine and Shy Boy



เด็กชายมะเขือเทศจากตลาดเช้าวังเวียง เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สื่อสารด้วยภาษาที่ไม่ค่อยเข้าใจกัน
แต่รอยยิ้มของฉันก็ส่งไปถึงเขา และความอายแบบเด็ก รอยยิ้มแบบเขินๆ ก็ส่งถึงฉันเหมือนกัน




ที่เกิดภาพ ตลาดเช้าวังเวียง

1.05.2554

The girl who search miss and love



แด่เธอ...ผู้ที่ทำให้ฉันคิดถึงคำว่ารัก และคิดไปถึงคนที่เธอกำลังคอยด้วย
ที่เกิดภาพ สถานีขนส่งหนองคาย 28 ธ.ค. 53

12.17.2553

ทะเลวันอังคาร



ทะเลวันอังคาร
จุดตรงนี้เป็นทำเลที่ฉันพึงใจที่สุด ณ ชายหาดชะอำ
มีร่มกับเตียงผ้าใบที่ยืนยันว่าที่นี่คือชะอำชัวร์
บริมาณร่มและที่นั่งที่ไม่หนาแน่น
ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างของสายตาและการพักผ่อนให้มากยิ่งขึ้น
แม้ใครต่อใครมักบอกกันว่า หากจะไปทะเลทั้งที ไหนๆ ขับมาถึงชะอำแล้ว
เลยไปอีกหน่อย ได้เที่ยวกินครบครันที่หัวหินท่าจะเข้าทีกว่า
บางสิ่งที่พวกเขาลืมไป การนั่งอ้อยอิ่งปล่อยให้ลมทะเลพัดสิ่งต่างๆ ไปภายใต้ร่มเงาของร่มคันโต
กับชายหาดที่เป็นสาธารณะเดินไปได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังบุกรุกหน้าหาดของรีสอร์ทไหน หรือการขี่จักยาน สองหรือสามตอนบนถนนเลียบชายหาด เหล่านี้เป็นสิ่งที่หาไม่เจอที่หัวหินนะ
_14 Dec 2010

12.10.2553

เปรมประชาพาปาย



การเดินทางไปปายครั้งที่ 3 เป็นการเดินทางด้วยตัวเองครั้งแรก
จำนวนมหโค้งในครั้งก่อนถูกลืมเลือนไปสิ้นแล้ว
การเดินทางโดยรถส้มอมแดงค่อยๆ เคลื่อนตัวจากอาเขตไปถึงแม่แตง
แล้วมาแวะหยุดที่ปายเพื่อไปแม่ฮ่องสอนต่อ เพื่อนร่วมคันมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ในขณะที่กำลังข้ามไปปายมีเพื่อนร่วมคันที่ไม่ได้ไปต่อ เนื่อจากขาดหนังสือยืนยันการข้ามจังหวัด
เธอต้องยกกระเป๋าอันหนักอึ้งลงมาจากรถเพียงลำพัง แล้วรถก็ค่อยๆ เคลื่อนไกลออกไป...
ได้แต่อวยพรในใจให้เธอโชคดี ได้เข้าปายในไม่ช้านาน
6/12/10

8.28.2553

HAPPY TO K-POP TRIP











ณ บางกอกประเทศไทย ตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน...ทนทวนกับตัวเองว่ามีความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับเกาหลีมากน้อยแค่ไหน กล้อง 3 ตัวพร้อม เสื้อกันหนาวพร้อม เงินวอนพร้อม...พรุ่งนี้แล้วสินะที่เราจะได้สัมผัสในระยะประชั้นชิด ยิ่งกว่า 4D เลยล่ะ วะฮาฮา!!!



ณ สนามบิน อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ช่วงสายๆ ของวันรุ่งขึ้น...ยินดีต้อนรับน.ส.จากเมืองไทยเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ด้วยลมเย็นยะเยือกในอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส สถานที่แรกที่เราก้าวลงเหยียบในดินแดนกิมจินี้คือ...ร้านมิซารังพิซซ่า ร้านพิซซ่า + สปาเก็ตตี้สไตล์เกาหลี นอกจากความอร่อยแล้วเหตุที่ต้องแวะมาที่ร้านนี้เพราะว่าคุณพ่อของเซีย จุน ซู หนึ่งในสมาชิกของวงดงบังชินกิเขาเป็นผู้จัดการร้าน ว้าวว! ข้างในร้านก็ตกแต่งด้วยรูปภาพต่างๆ ของขวัญที่มีแฟนๆ มามอบให้ หรือถ้าใครอยากจะถ่ายรูปคู่กับเชีย สแตนดี้เขาก็มีไว้บริการด้วย การันตีความฮิตด้วยลายเซ็นต์ที่แฟนๆ ประทับไว้ตั้งแต่ขั้นบันไดไปจนถึงหน้าร้าน



อิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยต่อกันได้ สถานที่ต่อไปนี้เป็นจุดสำคัญที่ใครก็ต้องแวะมา Seoul Tower จุดชมวิวมุมสูงเราจะได้เห็นบ้านนับร้อยนับพันอยู่ข้างหน้า แล้วในนี้ยังมีพิธภัณฑ์เท็ดดี้ แบร์ ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษเกาหลี จริงๆ แล้วเขาเชื่อว่าบรรพบุรุษเขาคือหมีด้วยล่ะ นำเสนอผ่านหมีสุดน่ารัก แถมมีหมีอื่นๆ มารวมอยู่ด้วย อาทิ หมีของ Mr.Bean ถ้าอยากซื้อหมีที่ระลึก แนะนำว่าซื้อเลยเพราะอาจจะไม่เจอที่อื่นแล้วนะจ๊ะ


โอ ลัล ลา...ต้นซากุระหรือเชอร์รี่บลอสซัมบานสวยเด่นอยู่หน้า 4 Seasons House(บ้านสี่ฤดู) ออฟฟิศของผู้กำกับ 4 ซีรีส์ชื่อดังอย่าง Winter Love Song, Autumn in My Heart, Summer Scent และ Spring Waltz เขารวมเอาฉากเด็ดๆ เอาไว้ในบ้านหลังนี้ รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบฉากๆ จริง เสื้อผ้าของพระเอกนางเอก ดอกกุหลาบสีเหลืองที่ติดเอาไว้บนเพดาน จำลองตัวเองเป็นเฮวอนเสียเลยดีกว่า
ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่สวนสนุก Lotte World สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี! แต่เขาก็มีสวนสนุกกลางแจ้งด้วยนะ เริ่มความสนุกกันที่เครื่องเล่นอะไรดีล่ะ Tower Shot เครื่องเล่นเท่าความสูง 13 ชั้น บอกได้คำเดียวว่า มันคริคริ ส่วนข้างในก็มีเครื่องเล่นน่ารักๆ เพียบเลย และที่นี่ยังมี Star Avenue อยู่ชั้นล่าง ใครที่ชอบดารานักร้องเกาหลี มาที่นี่ร้องกรี๊ดเสียงหลงแน่นอน มีข้าวของเครื่องใช้ของนักร้องวงต่างๆ ฝ่ามือของนักร้องพร้อมลายเซ็น หรือจะลองสวมชุดถ่ายรูปกลับไปอวดเพื่อนๆ ที่เมืองไทยก็ได้ ไปต่อความสนุกกันที่คาราโอเกะ Everysing ของค่าย SM ห้องที่เราได้ไปร้อง เต้นกันนี้เป็นห้องที่วงดงบังชิงกิเคยให้สัมภาษณ์ด้วยล่ะ


สัมผัสความหนาวเย็นขั้นยะเยือกที่ Ice Gallery เขามีโชว์แกะสลักน้ำแข็ง แถมยังมีห้องน้ำแข็งที่บรรจุน้ำแข็งแกะสลักอย่างสวยงาม เป็นสถานที่ต่างๆ สไลเดอร์น้ำแข็ง ห้องน้ำ(แข็ง) หนาวจนควันออกปากแทบไม่ทัน และเรายังได้ทดลองแกะสลักกันด้วย ใส่ไอเดียลงไปได้เต็มที่ แล้วมีรางวัลให้กับผู้ที่ครีเอทสุดๆ ได้รับมงกุฎน้ำแข็งไปครอง


วันสุดท้ายตื่นเต้นตาโตไปกับหมู่บ้านหลากสีที่ La Provence หมู่บ้านนี้เป็นสไตล์ฝรั่งเศสสีสันสวยงาม จะเรียกว่าบ้านลูกกวาดก็ได้ ภายในมีทั้งร้านขายขนมเค้กน่าชิม ซอฟท์ไอศครีมเกลียวสูง ต้นไม้ ตุ๊กตาหมี ของกระจุกกระจิก ฯลฯ เดินไปตรงไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด จนเปลี่ยนการ์ดกล้องแทบไม่ทัน



ร้านที่ชอบและประทับใจมากคือห้าง Kosney เดินดูแค่ชั้นล่างก็เพลิดเพลินมากแล้ว มีทั้งของกระจุกกระจิก เสื้อผ้า สมุดลายต่างๆ และอีกหลายของจิปาถะน่ารักน่าซื้อ อีกหนึ่งความประทับใจขั้นสูงของทริปนี้ การได้เข้าไปดูการถ่ายทอดสดรายการ M-Net M! Countdown รายการถ่ายทอดสดการแสดงจากนักร้องดัง และหน้าใหม่ วันนั้นเราก็ได้เห็นทั้ง U-KISS, KARA, SECRET แล้วก็วง2PM อีกด้วย


ถ้าไม่ได้มากับ Happy Korea ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเด็ดๆ ดี แบบนี้หรือเปล่า ต้องขอขอบคุณที่ชวนเราไปพบกับประสบการณ์ K-POP นี้ ใครสนใจก็สอบถามไปได้ที่ แฮปปี้ โคเรีย บายเคทีซีซี โทร. 0-2539-5770, www.happytokorea.com

8.22.2550

TeMpLe StaY : หน้าที่ 3 - กุฏิ

อินทรียสังวร >>>>>>>>>>>>


ชื่อกุฏิเข้าทีดี เป็นกุฏิที่คุณแม่บุญยงค์ แม่ชีที่ดูแลออกแบบการก่อสร้างกุฏิแต่ละหลัง, ควบคุมเดินสายท่อน้ำกุฏิแต่ละหลัง, ถอนฟันให้แมว, ตัดหางหมา นักพัฒนาและนักเทศน์ฝ่ายภิษุณีประจำวัดป่าผาลาด ด้วยจำนวนพรรษาที่บวชมาถึง 25 ปี เท่าอายุเราเลย


กุฏิที่นี่เป็นบ้านขาดย่อมสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 2 คน ชั้นล่างเป็นใต้ถุนยกสูง ชั้นบนมี 1 ห้อง เป็นทั้งที่นอน ที่อ่าน ที่เขียน ที่ทำสมาธิ มีลานระเบียงไว้รับลม ฟังเสียงไผ่เอียดออเอียด มีแดดสาดและส่องลอดร่องใบไม้ ต้นไม้มารำไร เมื่อก้าวเท้าขึ้นบันไดไปบนกุฏิ พบไม้กวาดปลายชี้ฟ้าพิงข้างฝา ข้างๆ มีกระโถนสีแดงคว่ำอยู่





“ตกลงว่านอนคนเดียวใช่ไหม”
“ค่ะ” ตอบพี่จิ๋ว คุณแม่บุญยงค์ สั้นๆ นิ่งๆ
นอนคนเดียวก็ได้...ดังอยู่ในใจ ไหนๆ ก็ได้รับเกียรตินอนในกุฏิของท่านแม่บุญยงค์แล้ว ขอให้คุณแม่บุญยงค์ช่วยคุ้มครองด้วยละกัน
“ไม่กลัวเหรอ” พี่ผู้ร่วมเดินทางถามไถ่
“ไม่....ค่ะ นู๋เคยนอนคนเดียวบ่อยๆ” ต้องยืนยันความมั่นใจต่อไป อย่าหวั่นไหวๆ ที่บ้านหลังใหญ่กว่านี้ มีตั้ง 3 ชั้น ยังนอนได้ นี่มีแค่ 2 ชั้นเล็กกว่าด้วย ไม่น่าจะเป็นปัญหาน่า....
“อื้มม...เก่งจัง” แค่นอนคนเดียวถือว่าเก่งแล้วหรอคะพี่ นู๋ยังไม่ได้นั่งสมาธิ ฝึกจิต เดินจงกลมเลยนะคะ - -"
เอ้อ... แล้วคุณแม่ไม่อยากให้นำขนม ของกินไปทานที่กุฏินะคะ มดจะขึ้นได้ แล้วก็จะรบกวนการทำสมาธิของเราด้วย
ค่ะ... ไม่มีขนมค่ะ มีแต่น้ำผลไม้ 1 ขวด นี่เราผิดศีลซักข้อแล้วหรือเปล่าเนี่ย

ในการเดินทางมาถ่ายธรรมครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทางอีก 5 ท่าน คือพี่จิ๋ว-พี่ผู้แนะนำมาทำสงบที่นี่ พี่ใหม่-พี่ผู้ผ่านการเดินทางมาที่นี่แล้ว 2 ครั้ง พี่สุนีย์ – พี่ผู้ผ่านการนั่งสมาธิเดินจงกลมจากที่อื่นมาบ้างแล้ว พี่เกด – พี่ผู้เริ่มสนใจธรรมะอย่างจริงจัง พี่หลิว – พี่ผู้หยิบยื่นลูกเสาวรสให้เรา


แบ่งกันนอนเป็นคู่ๆ และแบบปลีกวิเวก ป้านู๋กับพี่จิ๋ว เลือกที่จะนอนคนเดียว พี่สุนีย์จับคู่กับพี่เกด พี่ใหม่กับคู่กับพี่หลิว


ตอนกลางวันก็ร่มรื่นดีนะ ไม่รู้ว่ากลางคืนแสงนวลเหลืองจะน่าอยู่ ร่มรื่นใจเหมือนตอนแดดออกหรือเปล่า

ป่าธรรมชาติ
มีเสียงใบไม้ต้องลม
เสียงนกร้อง
เสียงหมู่แมลง
เสียงสรรพสัตว์
เมื่อฉันไปเยือน
เสียงส่งเพิ่ม
เสียงคุย
เสียงกำไลข้อมือกระทบกัน
เสียงเดิน
เสียงน้ำที่ไหลจากขวดลงแก้ว
เสียงหายใจ
...
เสียงร้องของท้อง

Next : ศีล

8.15.2550

TeMpLe StaY : หน้าที่ 2 - ป้า

บันทึกหน้า 2 – ป้า

“ป้าคะ หนูช่วยถือกระเป๋าให้ไหมคะ”
โอ้...ป้า
ถ้ารู้ว่าการหันหน้าพาตัวเข้าวัดเข้าวา แล้วจะมีคำนำหน้าชื่อแก่เกินวัยขนาดนี้ น่าจะรอให้อายุสัก 30 ปีก่อน แล้วค่อยมาดีมั้ย มีคนเตือนหลายต่อหลายคนแล้วเชียว ว่าระวังผี ระวังลำบาก ระวังยุง ถ้ามีซักคนบอกว่าระวังเป็นป้านะ... ก็จะเชื่อไม่มาตามคำบอกไปแล้ว
จะบ่นปาวๆไปก็สายเกินกว่าจะกลับหลังหันกลับ



ตั้งแต่เกิดมา มีแต่คนเรียก น้อง กับ พี่ หรือไม่อย่างมากก็น้า แค่น้าก็บาดไปถึงขั้วไตแล้ว แต่นับตั้งแต่วันนี้ไป (วันเสาร์) ไปจนถึงวันจันทร์ 3 วันเกือบเต็มที่เราจะกลายเป็น ป้านู๋ ๆๆๆๆ

“น้องเมย์คะ แค่พี่ได้ไหมคะ... พี่ขอร้อง”
โอกาสปลอดคน ฉวยความเงียบกระซิบเบา ๆ ขอเปลี่ยนจาก ‘ป้า’ เป็น ‘พี่’ ถือว่าช่วยผู้หญิงตัวแดงๆที่ยังไม่อยากเป็นป้าทีเถอะ แต่ดูเหมือนว่าน้องจะเคยชินกับ ‘ป้านู๋’ ไปเสียแล้ว
น้องเมย์ก็อายุได้ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดเขาน้อย มาอยู่กับคุณยายสง่า แม่ครัวประจำวัดป่าผาลา ที่ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี


ส่วนพี่นู๋ก็อายุมากกว่าน้อง 10 กว่าปีเท่านั้นเอง
จริงๆ ก็เข้าข่าย เป็น ป้า ได้แล้วเหมือนกันนะ
แค่ป้าก็ทุกข์แล้วเนี่ย ยายนู๋!!!
เดินตามน้องเมย์ไปยังที่พัก หรือ “กุฏิ” ตามไปอย่างระแวดระวัง พร้อมกับอุปกรณ์ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้

อุปกรณ์มอบก่อนเข้ากุฏิ
1. ผ้าห่ม
2. หมอน
3. เสื่อ
4. มุ้ง
5. ไฟฉาย
6. เทียน
7. ไฟแช็ก
8. ขวดน้ำ
9. แก้วน้ำ
10. ร่ม


ก้าวลงบันไดคอนกรีตจนถึงขั้นสุดท้าย เปลี่ยนบรรยากาศเหยียบดินเหยียบก้อนหิน ทีละก้อนๆ ใช้ช่วงเท้าก้าวสั้นบ้าง ยาวบ้าง เริ่มฝึกจิต ฝึกสมาธิกันตั้งแต่มาถึงเลย ระยะทางไม่ไกล แต่หอบลง หายใจดัง
ระหว่างเดินอาจท่องไปด้วยว่า...


พลาดหนอ
เจ็บหนอ
ลื่นหนอ
ระวังหนอ

TeMpLe StaY : หน้าที่ 1 - จัดวาง

บันทึกหน้า 1 - จัดวาง


หลายอาทิตย์ก่อนการเดินทาง
ประกาศให้ทราบเกือบทั่วกันว่า.... “เราจะไปนั่งวิปัสนานะ 3 วัน 2 คืน”
ที่ไหนหรอแก
....
“จ.กาญจนบุรี”
ชื่อวัดอะไรง่ะ
“ไม่รู้สิ”
แล้วอยู่ส่วนไหนของกาญฯ
“ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเป็นวัดป่า”

ข้อมูลแม่นปึ๊กมากมาก
แล้วเตรียมอะไรไปบ้างล่ะ




“ แว่วว่าที่นั่นมีให้แล้วหลายอย่าง เตรียมตัวกับใจไปก็พอมั้ง....”

วางงานทั้งหมดที่ค้างคาไว้ที่กรุงเทพฯ ไม่พกใส่กระเป๋าหรือติดหัวออกไปด้วย
จัดกระเป๋าเดินทาง น้องชายสุดที่รักอุปการะกระเป๋าให้ยืมมาใช้



อุปกรณ์เตรียมไม่ค่อยพร้อม T T



* เสื้อกันหนาว 1 ตัว เพราะวัดนี้อยู่บนเขาอากาศอาจจะหนาวมาก ผ้าห่มที่เตรียมไว้ให้อาจบางเกินไป ควรมีตัวช่วยเสริมไปด้วย (อันนี้ได้ใช้อยู่ กลางคืนกับรุ่งเช้าอากาศเย็น)
** ยาทากันยุง ในวัดอาจจะมียุงป่าตัวใหญ่เป้งรอยู่ ตัวเป็นตุ่มกลับมาไม่คุ้มกัน (สำหรับคนที่แพ้ยุง น่าจะพกติดไปด้วย ส่วนเรามิได้ใช้ แต่ได้ให้คนอื่นใช้)
*** หนังสืออ่านง่าย ๆ ซัก 1 เล่ม หยิบบทกวีไปอ่านซะเลย กวีนิพนธ์อ้ายชิง, ทวีปวร แปล (หยิบไปแต่ไม่ได้อ่าน หนังสือของเราจะอ่านเมื่อไรก็ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งรอบตัวที่ได้เจอใน 3 วัน ไม่ได้เปิดอ่านที่ไหนก็ได้ ต้องเก็บและเปิดอ่านให้เต็มที่)
**** ชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูปให้เต็มที่ + CF การ์ด 2 อัน + เลนส์ 28-105mm. กับ 50 mm.ก็มีอยู่เพียงเท่านี้ล่ะ (วันกลับแบตแทบจะเกลี้ยงก้อน น่าจะมีอันสำรองไปจะได้ถ่ายเต็มที่กว่านี้)
***** เสื้อ 3 ตัว กางเกง 1 ตัว ทุกตัวล้วนปราศจากสีขาว!!! (จริงอยู่วาธรรมะอยู่ที่ใจ มิได้อยู่ที่การแต่งกาย แต่หากเราสำรวมได้ตั้งแต่กาย ใจเราก็น่าจะควบคุมได้ไม่ยาก ไม่ตัองถึงขั้นแต่งเต็มชุดก็ได้ เพียงเสื้อสีขาว กางเดงสีดำ/เทา/ขาว ก็พอ)
******โปสการ์ด เขียนกลับมาหาเพื่อน (ได้เขียนส่งกลับมา ตามวันและเวลาที่เหมาะสม แต่สถานที่ส่งกลับมาเป็นตู้จม. แถวๆ ลาดพร้าวซะได้)
******* สมุดจดเล่มเล็กๆ + ปากกา (ของสำคัญจำเป็นพกติดตัวตลอดเวลา)
******** ครีมบำรุงร่างกายที่จำเป็นๆ เช่น สบู่ – ยาสีฟัน – ครีมทาตัว – โฟมล้างหน้า – ครีมทาหน้า –แป้ง – ครีมกันแดด งดน้ำหอม ที่ปัดแก้ม ทาตา ขนตา พวกเครื่องแต่งเติมให้สวย (เอาเข้าจริง ๆ ก็ลืมทานู่นนี่นั่น)
********* ซื้อหนังสือพิมพ์ไปอ่าน 1 เล่ม กรุงเทพธุรกิจ เล่มวันเสาร์ มีส่วนเสาร์สวัสดี ที่ไม่ควรพลาดอ่าน (อ่านบนรถตู้ ระยะเวลาเดินทางพอเหมาะกับความยาวของหนังสือพิมพ์)


พกมาก ก็หนักมาก
พกน้อย ก็หนักน้อย

เปลี่ยนของใช้ เป็นของประดับ

บางพกได้ใช้

บางพกไม่ได้ใช้

บางพกเอาไปใช้
บางพกก็ไม่หยิบออกมาใช้

Next page >> ป้า